ARTICLE & NEWS
บทความและข่าวสาร

บทความและข่าวสาร

10 คำถามยอดฮิตก่อนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ คลายทุกข้อสงสัยเพื่อความคุ้มค่าระยะยาว

10 คำถามยอดฮิตก่อนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ คลายทุกข้อสงสัยเพื่อความคุ้มค่าระยะยาว

10 คำถามที่ต้องรู้ก่อนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อความคุ้มค่าและใช้งานได้จริงในระยะยาว

ในยุคที่ค่าไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหาพลังงานทางเลือกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลายบ้านและหลายธุรกิจเริ่มหันมาสนใจการ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นั้นถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ที่มีรายละเอียดทางเทคนิคค่อนข้างมาก ความกังวลใจและความสงสัยจึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคน บทความนี้ทาง เมกะวัตต์ เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น จะพาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญผ่าน 10 คำถามยอดฮิตที่คนอยากติดโซล่าเซลล์ต้องรู้ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานของคุณอย่างแท้จริง

1. ติดโซล่าเซลล์แล้วคุ้มทุนจริงไหม กี่ปีถึงจะคืนทุน?

นี่คือคำถามแรกที่ทุกคนต้องถาม เพราะการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เปรียบเสมือนการซื้อโรงไฟฟ้าขนาดย่อมมาไว้บนหลังคาบ้าน ความคุ้มค่าทางการเงินจึงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ คำตอบของเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของคุณเป็นหลัก หากคุณมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันสูง (เช่น เปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน หรือเป็นอาคารสำนักงาน โรงงานที่มีเครื่องจักรทำงานตลอดวัน) จุดคุ้มทุนจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่ตอนกลางวัน

ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีแผงโซล่าเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและราคาอุปกรณ์ที่จับต้องได้มากขึ้น ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 6 ปี ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากเมื่อเทียบกับอายุการใช้งานของแผงโซล่าเซลล์ที่ยาวนานกว่า 25 ปี นั่นหมายความว่าหลังจากที่คุณคืนทุนแล้ว คุณจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรีจากแสงอาทิตย์ไปอีกเกือบ 20 ปี ซึ่งคิดเป็นกำไรมหาศาล นอกจากนี้ หากมองในมุมของผลตอบแทนการลงทุน (ROI) การติดโซล่าเซลล์มักให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหลายเท่าตัว ดังนั้นหากวิเคราะห์ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว การติดตั้งระบบนี้ถือว่ามีความคุ้มค่าสูงมากในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

2. ควรเลือกติดตั้งระบบไหนดี On-Grid, Off-Grid หรือ Hybrid?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าโซล่าเซลล์มีแบบเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบโซล่าเซลล์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละแบบตอบโจทย์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

  • ระบบออนกริด (On-Grid System): นี่คือระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับบ้านพักอาศัยและธุรกิจทั่วไป ระบบนี้จะทำงานร่วมกับการไฟฟ้า โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์จะถูกนำมาใช้ก่อน หากผลิตไม่พอ ระบบจะดึงไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือราคาถูกที่สุด คืนทุนไว และไม่ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่ แต่ข้อจำกัดคือเมื่อไฟการไฟฟ้าดับ ระบบนี้จะตัดการทำงานด้วยเพื่อความปลอดภัย (Anti-Islanding)
  • ระบบไฮบริด (Hybrid System): ระบบนี้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางพลังงาน คือมีทั้งการเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟไว้ใช้ในตอนกลางคืน หรือใช้เมื่อไฟดับ ข้อดีคือคุณจะมีไฟใช้ตลอดเวลาแม้ไฟหลวงจะดับ และสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ยืดหยุ่น แต่แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าแบตเตอรี่
  • ระบบออฟกริด (Off-Grid System): เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าเลย เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น บ้านสวนบนเขา หรือเกาะต่างๆ ระบบนี้ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ 100% เพื่อเก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืน ต้นทุนต่อหน่วยไฟฟ้าจึงสูงที่สุด สำหรับคนเมืองทั่วไปที่ไฟฟ้าเข้าถึงอยู่แล้ว เราแนะนำระบบ On-Grid จะตอบโจทย์เรื่องความประหยัดได้ดีที่สุด

3. หลังคาบ้านแบบไหนติดตั้งได้ และต้องตรวจสอบโครงสร้างหรือไม่?

โครงสร้างหลังคาเป็นเรื่องความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม แผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ยึดจับมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 15 ถึง 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แม้จะดูไม่หนักมาก แต่เมื่อรวมกันหลายแผงก็เป็นน้ำหนักที่หลังคาต้องแบกรับตลอดเวลา ดังนั้นก่อนการติดตั้ง ทีมวิศวกรจะต้องเข้าสำรวจหน้างานเพื่อประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาเสมอ

ประเภทหลังคาที่ติดตั้งได้ง่ายและนิยมที่สุดคือ หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) เพราะติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา และรั่วซึมน้อย รองลงมาคือหลังคากระเบื้องซีแพคโมเนีย ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ยึดเจาะที่ถูกวิธีเพื่อป้องกันการรั่วซึม ส่วนหลังคาดาดฟ้าคอนกรีต (Flat Slab) ก็สามารถติดตั้งได้โดยการทำโครงสร้างรองรับขึ้นมาเพื่อปรับองศา

ข้อควรระวังคือหลังคาที่มีอายุเก่าแก่มาก หรือมีรอยแตกร้าว รั่วซึมอยู่แล้ว ควรทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนหลังคาใหม่ก่อนการติดตั้ง เพราะหากติดแผงไปแล้วการรื้อมาซ่อมภายหลังจะเป็นเรื่องใหญ่และมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ ทิศทางของหลังคาก็สำคัญ ประเทศไทยควรหันแผงไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก เพื่อรับแสงแดดได้เต็มที่ที่สุด

4. การขออนุญาตติดตั้งยุ่งยากไหม ต้องติดต่อหน่วยงานไหนบ้าง?

การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำเป็นต้องมีการขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ ซึ่งขั้นตอนนี้มักเป็นยาขมสำหรับเจ้าของบ้านเพราะมีเอกสารและขั้นตอนที่ซับซ้อน หลักๆ แล้วจะต้องติดต่อ 3 หน่วยงาน คือ

  1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือ การไฟฟ้านครหลวง (MEA): เพื่อขอขนานไฟเชื่อมต่อระบบเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า
  2. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.): เพื่อจดแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต (สำหรับระบบขนาดเล็ก)
  3. เขต หรือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น: เพื่อขออนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) หรือแจ้งเพื่อทราบ ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของระบบ

ข่าวดีคือ หากคุณเลือกใช้บริการจากบริษัทติดตั้งที่ได้มาตรฐานอย่าง เมกะวัตต์ เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น เราจะมีบริการดำเนินการเรื่องเอกสารเหล่านี้ให้แบบ One Stop Service ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณเพียงแค่เตรียมเอกสารส่วนตัวตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง แล้วรออนุมัติเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ช่วยลดความปวดหัวและประหยัดเวลาไปได้มาก

5. ถ้าฝนตกหรือท้องฟ้ามืดครึ้ม โซล่าเซลล์จะยังผลิตไฟได้ไหม?

หลายคนเข้าใจว่าโซล่าเซลล์จะทำงานได้เฉพาะตอนที่มีแดดเปรี้ยงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แผงโซล่าเซลล์ทำงานโดยอาศัย “ความเข้มของแสง” ไม่ใช่ความร้อน ดังนั้นแม้ในวันที่มีเมฆมากหรือฝนตกปรอยๆ หากยังมีแสงสว่างส่องถึง แผงโซล่าเซลล์ก็ยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อยู่ แต่อาจจะมีประสิทธิภาพลดลงเหลือประมาณ 10-30% ขึ้นอยู่กับความหนาของเมฆ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ฝนตกหนักหรือฟ้ามืดสนิท ระบบจะผลิตไฟได้น้อยมากหรือหยุดผลิต ซึ่งในกรณีที่คุณใช้ระบบ On-Grid ก็ไม่ต้องกังวล เพราะระบบจะดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้ามาใช้งานแทนทันที ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด สิ่งที่น่าสนใจคือ แผงโซล่าเซลล์ชอบแสงแดดแต่ไม่ชอบความร้อนสูง หากวันไหนแดดแรงและอากาศเย็น (เช่น ฤดูหนาว) จะเป็นวันที่แผงผลิตไฟได้ดีที่สุด

6. ค่าบำรุงรักษาแพงไหม และต้องดูแลอย่างไรบ้าง?

โซล่าเซลล์เป็นระบบที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยมาก (Low Maintenance) ทำให้การดูแลรักษาต่ำมากเมื่อเทียบกับเครื่องจักรอื่นๆ หัวใจสำคัญของการดูแลรักษาคือ “ความสะอาดของหน้าแผง” เพราะฝุ่นละออง ขี้นก หรือคราบเขม่าควัน จะเป็นตัวบดบังแสงแดด ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟลดลง

การล้างแผงโซล่าเซลล์ควรทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรืออาจจะบ่อยกว่านั้นหากบ้านคุณอยู่ใกล้ถนนใหญ่หรือเขตก่อสร้างที่มีฝุ่นเยอะ การล้างสามารถใช้น้ำสะอาดฉีดล้างและใช้ไม้ถูพื้นชนิดนุ่มเช็ดทำความสะอาดได้ (ควรทำในช่วงเช้าหรือเย็นที่แผงไม่ร้อนจัดเพื่อป้องกันกระจกแตกร้าว) นอกจากการล้างแผงแล้ว ควรมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า จุดเชื่อมต่อ และการทำงานของอินเวอร์เตอร์โดยช่างผู้ชำนาญปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็คค่าความเสื่อมสภาพและความปลอดภัย ซึ่งบริษัทติดตั้งส่วนใหญ่มักมีโปรแกรมบริการหลังการขาย (O&M) คอยดูแลในส่วนนี้ให้อยู่แล้ว

7. อุปกรณ์มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน ต้องเปลี่ยนบ่อยไหม?

อุปกรณ์หลักในระบบโซล่าเซลล์มี 2 ส่วนคือ แผงโซล่าเซลล์ และ อินเวอร์เตอร์ ซึ่งมีอายุการใช้งานต่างกัน

  • แผงโซล่าเซลล์ (Solar Panel): เป็นอุปกรณ์ที่มีความทนทานสูงมาก ออกแบบมาให้ทนแดดทนฝน โดยทั่วไปจะมีการรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟ (Performance Warranty) ยาวนานถึง 25 ปี โดยผู้ผลิตจะการันตีว่าในปีที่ 25 แผงยังสามารถผลิตไฟได้ไม่ต่ำกว่า 80% ของปีแรก
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter): เปรียบเสมือนสมองกลของระบบ ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ อุปกรณ์ชิ้นนี้มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนกว่า จึงมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10-15 ปี การรับประกันมาตรฐานมักอยู่ที่ 5-10 ปี ซึ่งหมายความว่าตลอดอายุการใช้งานของแผงโซล่าเซลล์ คุณอาจจะต้องเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ 1 ครั้ง แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของค่าไฟที่ลดได้ ก็ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้

8. ติดตั้งขนาดกี่กิโลวัตต์ (kW) ถึงจะเหมาะสมกับบ้านเรา?

การเลือกขนาดระบบ (Sizing) ที่เหมาะสมคือหัวใจของความคุ้มค่า “ห้ามติดเกินความจำเป็น” เพราะไฟที่ผลิตเกินและใช้ไม่หมดในระบบ On-Grid ทั่วไป (ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการขายไฟ) จะต้องทิ้งไปเปล่าๆ ไม่สามารถเก็บไว้ได้

วิธีการคำนวณเบื้องต้นคือ ให้ดูบิลค่าไฟและสังเกตพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน (08.00 – 17.00 น.)

  • หากค่าไฟรวม 3,000 – 5,000 บาท/เดือน (ใช้กลางวันปานกลาง): เหมาะกับระบบ 3 kW
  • หากค่าไฟรวม 5,000 – 10,000 บาท/เดือน (เปิดแอร์ 2-3 ตัวกลางวัน): เหมาะกับระบบ 5 kW
  • หากค่าไฟรวม 10,000 บาทขึ้นไป (โฮมออฟฟิศ หรือบ้านหลังใหญ่): เหมาะกับระบบ 10 kW ขึ้นไป

ทางที่ดีที่สุดคือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำนวณจากหน่วยการใช้ไฟฟ้า (Unit) หรือ Load Profile จริงๆ ของบ้านคุณ เพื่อออกแบบระบบที่ พอดีที่สุด จะทำให้ระยะเวลาคืนทุนเร็วที่สุด

9. การรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายสำคัญแค่ไหน?

สำคัญมากที่สุด เพราะระบบโซล่าเซลล์ต้องอยู่กับบ้านเราไปอีก 20-30 ปี การเลือก “บริษัท” ที่ติดตั้งจึงสำคัญกว่าการเลือก “ยี่ห้ออุปกรณ์” เสียอีก ในท้องตลาดปัจจุบันมีผู้รับเหมาอิสระมากมายที่เสนอราคาถูก แต่อาจไม่มีความมั่นคงพอที่จะดูแลเราในระยะยาว หากเกิดปัญหาในอีก 3 ปีข้างหน้า แล้วติดต่อช่างไม่ได้ หรือบริษัทปิดตัวไป ปัญหาจะตกอยู่ที่เจ้าของบ้านทันที

ดังนั้น ควรเลือกบริษัทที่มีตัวตนชัดเจน มีที่ตั้งสำนักงาน มีผลงานที่น่าเชื่อถือ และมีทีมวิศวกรคอยเซ็นรับรองแบบ การรับประกันควรครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน คือ

  1. รับประกันแผงโซล่าเซลล์ (Product & Performance)
  2. รับประกันอินเวอร์เตอร์
  3. รับประกันงานติดตั้ง: ส่วนนี้สำคัญมาก ควรมีการรับประกันการรั่วซึมของหลังคาและงานเดินสายไฟอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อความอุ่นใจ

10. โซล่าเซลล์ช่วยลดโลกร้อนได้จริงหรือ?

นอกเหนือจากเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้โซล่าเซลล์เป็น “พลังงานสะอาด” คือการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 1 กิโลวัตต์ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้ประมาณ 0.5 – 0.6 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

หากคุณติดตั้งระบบ 5 kW และใช้งานตลอดปี เท่ากับว่าคุณมีส่วนช่วยโลกในการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นหลายสิบต้นต่อปี นี่คือความภูมิใจเล็กๆ ที่เจ้าของบ้านโซล่าเซลล์ทุกคนมีร่วมกัน คือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโลกที่สะอาดขึ้นให้กับลูกหลาน

เริ่มต้นลดค่าไฟ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานกับมืออาชีพ

การ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสแฟชั่น แต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดเพื่ออนาคต ทั้งในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและธุรกิจ รวมถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การทำความเข้าใจทั้ง 10 คำถามข้างต้นจะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่โลกของพลังงานสะอาดได้อย่างมั่นใจ ไม่ถูกหลอก และได้รับความคุ้มค่าสูงสุด

หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท เมกะวัตต์ เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น จำกัด พร้อมเป็นคำตอบให้กับคุณ เราไม่ใช่แค่ผู้รับเหมา แต่เราคือผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมพลังงานแบบครบวงจร (EPC) ที่คัดสรรเฉพาะอุปกรณ์มาตรฐาน Tier 1 ระดับโลก ออกแบบระบบโดยวิศวกรมืออาชีพ พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจ เพื่อให้ระบบโซล่าเซลล์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องการประเมินหน้างาน หรือคำนวณจุดคุ้มทุนเบื้องต้น ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อเราได้ทันที เพื่อเริ่มวางแผนลดค่าไฟไปด้วยกัน 

THE POWER OF CONFIDENCE #เชื่อมั่นในเรา
เลือกอนาคตที่ดีกว่า ด้วยพลังงานสะอาดและประสบการณ์ระดับมืออาชีพ

ติดต่อ บริษัท เมกะวัตต์ เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น จำกัด ได้ทุกช่องทาง

เลขที่ 39 หมู่ 3 คลองสวนพลูซอย 9 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000

Tel: 084 239 8999
E-Mail: [email protected]
Line : https://line.me/R/ti/p/@062venms